ช่างภาพ Archives - รับจัดอีเว้นท์, งานอีเว้นท์, งานเปิดตัวสินค้า , งานแสดงสินค้า , งานออกบูธ , งานเลี้ยงพนักงาน, งานสัมมนา , งานปาร์ตี้ และ กิจกรรม ต่างๆ
232
archive,tag,tag-232,qode-quick-links-1.0,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-theme-ver-11.2,qode-theme-bridge,wpb-js-composer js-comp-ver-5.2.1,vc_responsive
 

ช่างภาพ Tag

ช่างภาพงาน Event กับมารยาทที่ต้องรู้ อย่างที่รู้กันว่าในงานอีเว้นท์นั้นนอกจากการโปรโมทสินค้า ก็ยังมีอื่นหลายอย่างมากมายที่ล่อตาล่อใจไม่แพ้สินค้าภายในงานนั่นก็คือพริตตี้ จะเห็นได้จากงานไหนหรือบูธไหนมีพริตตี้ภายในงานแล้วล่ะก็ ช่างภาพส่วนใหญ่จะตรงเข้าไปถ่ายพริตตี้ทันที จนบ้างทีอาจจะลืมไปว่าอีเว้นท์นี้จัดมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร หรือบ้างครั้งอาจจะลืมเรื่องมารยาทในงานไปเลยก็มี ดังนั้นในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องมารยาทของช่างภาพในงานอีเว้นท์ที่จะต้องรู้มาฝากกัน ซึ่งมีต่อไปนี้ ถ้าพริตตี้ยืนอยู่ที่บูธให้คิดว่า เขากำลังทำงานอยู่ งานของพริตตี้ก็คือ ยืนเรียกลูกค้า ที่จะต้องยืนอยู่หน้าบูธหรือเดินไปมานิดหน่อย แต่ก็อยู่บริเวณหน้าบูธ และจะต้องยืนเป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมงอีกด้วย นี่แหละคืองานของพริตตี้ ดังนั้นเมื่อช่างภาพทุกคนที่เดินเข้ามาหาพริตตี้นั้น ให้คิดเสมอว่า พริตตี้คนนั้นกำลังทำงานของเขาอยู่ การเข้ามาคุยกับพริตตี้เยอะ ๆ อาจจะเป็นการรบกวนเขาโดยใช่เหตุ ซึ่งจะมีผลกระทบก็คือพริตตี้นั้นอาจจะถูกทางออแกไนเซอร์ต่อว่าเรื่องยอมให้ช่างภาพมาคุยด้วยจนละเลยหน้าที่ ดังนั้นเอาใจเขามาใส่ใจเรานะ เรามาทำงาน เขาก็มาทำงานเช่นกัน ถ้าถ่ายแล้วให้คนอื่นได้ถ่ายบ้าง งานอีเว้นท์นั้นจะอาจจะมีพริตตี้เป็นงานสาธารณะ ซึ่งจะมีช่างภาพหรือคนทั่วไปมาพริตตี้กันเพียบ และสิ่งที่จะต้องเจอคือคนที่เยอะมากมารุมถ่ายพริตตี้กัน ซึ่งก็จะมีช่างภาพหรือคนทั่วไปที่ถ่ายภาพเป็นเวลานานโดยไม่เอื้อเฟื้อให้คนอื่นได้ใช้มุมเดียวกับตัวเอง แบบนี้ถือว่าเสียมารยาทนะ ดังนั้นควรเอื้อเฟื้อแก่ส่วนรวม ควรที่จะเวียนกันถ่าย เพื่อให้ทุกคนได้ภาพสวย ๆ เช่นกัน ถ่ายภาพงานอีเว้นท์ไม่ควรเน้นแต่สินค้าหรือพริตตี้ งานอีเว้นท์นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องถ่ายแค่ตัวสินค้าหรือพริตตี้เท่านั้น เราจะต้องถ่ายพวกบรรยากาศโดยรวมของงานเช่น ตอนเซลล์คุยกับลูกค้า พวกรายละเอียดของบูธ บรรยากาศของงาน ยิ่งตอนที่ MC กำลังโฟนนั้นจะต้องถ่าย วิทยากรมาสาธิตสินค้าก็จำเป็น...

8 ไอเท็มที่ช่างภาพ ต้องมี 1.ขาตั้งกล้อง อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับช่างภาพทุกแนวก็คือขาตั้งกล้อง ไม่ว่าจะถ่ายภาพแบบ Landscape, Portrait หรือ Wedding เพราะไม่ต้องให้มีความสั่นในภาพนอกจากนี้ขาตั้งกล้องยยังเหมาะกับผู้ที่ชอบเดินทางคนเดียวและต้องการถ่ายเซลฟี่ โดยขาตั้งกล้องสามารถตั้งกล้องและตั้งเวลาถ่ายได้เช่นกัน โดยสิ่งที่ต้องคำนึงในการซื้อก็คือการรับน้ำหนัก ความแข็งแรงและความสะดวกในการพกพา   2.เลนส์ 50 M ช่างภาพที่ชอบถ่ายหลายแนวก็มักจะซื้อเลนส์ไว้หลายตัว เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่เพอร์เฟก แต่ก็มีเลนส์ตัวหนึ่งที่มีประโยชน์และควรพกติดกระเป๋าอย่างยิ่งก็คือเลนส์ Prime 50mm ซึ่งไม่สามารถซูมได้ เป็นเลนส์ที่ใกล้เคียงกับสายตาของเรา ใช้ถ่ายได้ทั้ง Portrait, Close Up หรือแนว Street แถมถ่ายวิวสวย จึงเป็นเลนส์ที่ทั้งมือโปรและมือใหม่ต้องมีติดกระเป๋า   3.เมมโมรี่การ์ด การไปถ่ายภาพข้างนอกนั้นควรพกเมมโมรี่การ์ดความจุน้อยหลาย ๆ อันติดกระเป๋าไปจะดีกว่ามีเมมโมรี่การ์ดความจุมาก ๆ เพียงอันเดียว เนื่องจากอาจจะเกิดความเสียหายได้ จึงต้องพกหลายอันเพื่อสำรองใช้ เพราะคงไม่มีใคครอยากไปถึงจุดถ่ายภาพสวย ๆ แล้วอดถ่ายภาพเพราะเมมโมรี่เสีย   4.กระเป๋ากล้อง กระเป๋ากล้องดี ๆ สักใบคือสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะช่วยให้อุปกรณ์ของเรานั้นปลอดภัยจากแรงกระแทก พกพาอุปกรณ์สะดวกและยังกันน้ำได้อีก หลักสำคัญในการเลือกซื้อกระเป๋ากล้องคือขนาดกระเป๋า ให้คำนึงถึงขนาดของอุปกรณ์และตัวกระเป๋าว่าใส่พอดีกับช่องในกระเป๋าหรือไม่   5.ฟิลเตอร์ ฟิลเตอร์นั้นมีหลายชนิด แต่ละชนิดใช้งานด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน อย่างฟิลเตอร์ที่ช่างภาพสาย...

7 สิ่งที่ควรรู้กับการ จ้างช่างภาพงานแต่งงาน อยากที่คู่บ่าวสาวหลายคนรู้กันดีว่าช่างภาพงานแต่งงานนั้นมีความสำคัญอย่างมากในงานแต่งงาน เพราะช่างภาพนั้นจะเป็นคนที่เก็บภาพต่าง ๆ ที่อยู่ในงานแต่งทั้งหมด ซึ่งการจ้างช่างภาพมาถ่ายภาพงานแต่งงานสักคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะมาพูดถึง สิ่งที่คู่บ่าวสาวควรรู้เกี่ยวกับการจ้างช่างภาพกัน จ้างช่างภาพงานแต่งงาน   1.ความสามารถ ความสามารถของช่างภาพนั้นจะเป็นสิ่งแรกที่ถูกพิจารณา สำหรับคู่บ่าวสาวที่มีงบจำกัดนั้น อาจจะได้ช่างภาพที่เป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จักมาถ่ายให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงนัก ซึ่งจะแตกต่างกับช่างภาพที่เป็นมืออาชีพที่มีความสามารถและประสบการณ์ที่สูง ซึ่งราคาก็จะสูงตามไปด้วยแต่ผลงานที่ได้มานั้นก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนเลือกช่างภาพควรพิจารณาถึงความสามารถของช่างภาพเป็นสิ่งสำคัญด้วยว่าอยากได้ภาพออกมาแนวไหน ถึงแม้จะมีงบที่จำกัดก็สามารถได้ภาพที่ออกมาดีได้โดยดูจากผลงานเก่า ๆ ของช่างภาพ   2.งบประมาณ ในการจ้างช่างภาพนั้น งบประมาณคือสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ให้ลองค้นหาราคากลางโดยเฉลี่ยเพื่อประกอบการตัดสินใจและการวางแผนงบประมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าเจอช่าภาพที่ถูกใจแต่ค่าจ้างนั้นเกินงบที่ตั้งไว้ ให้ลองคุยกับช่างภาพดูถึงความต้องการ และความจำเป็น เผื่อจะได้ช่างภาพที่ถูกใจในงบที่ตั้งไว้ด้วย   3.การค้นหาข้อมูล การค้นหาข้อมูลนั้นคือสิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจจ้างช่างภาพ ช่างภาพงานแต่งงานแต่ละคนนั้นจะมีผลงานและรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน ลองศึกษาข้อมูลถึงงบประมาณ การบริการและรูปแบบของงานที่ต้องการ ให้เวลากับการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับผลงานของช่างภาพ จดโน้ตเกี่ยวกับผลงานของช่างภาพที่ชอบและไม่ชอบเพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจ   4.จัดการความคาดหวัง การจัดการความคาดหวังที่ดีคือการอย่างตั้งความคาดหวังมากสำหรับภาพถ่ายที่จะได้หลังเสร็จสิ้นงาน เพราะถึงแม้จะใช้ช่างภาพคนเดียวกันกับผลงานภาพแต่งงานที่ชอบก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ภาพงานแต่งงานของตนเองเหมือนกับภาพตัวอย่าง เพราะด้วยความแตกต่างของสถานที่ สี แสง และรายละเอียดต่าง ๆ ของงานเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพนั้นแตกต่างกัน เช่นพิจารณาเลือกช่างภาพจากผลงานเก่า ๆ ที่ดูสดใส สว่าง แต่วางแผนจะแต่งงานในเดือนหรือวันที่มีแสงน้อย ภาพที่ออกมาก็จะไม่เหมือนกันแม้จะใช้ช่างภาพคนเดียวกันก็ตาม   5.รายการสั้น ๆ...

10 คำถามที่ต้องถามก่อน จ้างช่างภาพ สำหรับในงานแต่งงานนั้นสิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากคู่บ่าวสาว สถานที่ พิธีการต่าง ๆ แล้วนั้นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ “ช่างภาพ” เพราะช่างภาพนั้นจะทำหน้าที่เก็บภาพบรรยากาศภายในงานหรือโมเมนต์สุดพิเศษของคู่บ่าวสาวที่เมื่อย้อนกลับมานั่งดูก็จะทำให้รู้สึกมีความสุข และเป็นความทรงจำที่ดี ซึ่งการที่จะจ้างช่างภาพนั้น ก็จะต้องพิจารณาให้ดี ๆ เพราะแต่งงานแต่งครั้งเดียว รูปสวยก็สวยเลย แต่ถ้ารูปออกมาไม่สวยล่ะ ? ดังนั้นวันนี้เราได้นำ 10 คำถามที่ควรจะต้องถามช่างภาพก่อนที่เราจะเลือกจ้างช่างภาพคนนั้นมาถ่ายกัน   1.งานถ่ายภาพเป็นงานหลักหรือเปล่า ในผลงานนั้นมีการถ่ายภาพงานแต่งมากน้อยแค่ไหน อย่างแรกที่เราต้องรู้ก็คือประสบการณ์ของช่างภาพ ชั่วโมงการทำงานและทักษะที่แตกต่างกันของช่างภาพแต่ละคน ซึ่งช่างภาพบางคนอาจจะเป็นงานเสริมหรือถ่ายภาพแนวอื่นเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นจะถ่ายภาพออกมาได้ไม่ดี แต่สำหรับการถ่ายภาพงานแต่งงานนั้นประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในงานแต่งงานนั้นจะยุ่งมาก จึงต้องมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพงานแต่งสัก 20 – 30 งานต่อปี   2.ถ่ายภาพงานแต่งมานานเท่าไหร่ มีผลงานให้ดูหรือไม่ คำถามนี้นั้นจะเป็นตัวบ่งชี้ของประสบการณ์และราคาค่าจ้างด้วย โดยช่างภาพหลายคนอาจจะเจอคำถามว่า ตัดสินการนำเสนอเรื่องราคาอย่างไร ผลงานจึงจะถูกพิจารณา หรือไม่ก็ลองอ่านความคิดเห็นทางออนไลน์หรือลองคุยกับลูกค้าเก่า ๆ ของช่างภาพที่สนใจดู   3.เคยถ่ายในสถานที่จัดงานของเราหรือไม่ มันเป็นสิ่งที่ดีถ้าช่างภาพที่คู่บ่าวสาวสนใจนั้นเคยไปถ่ายในสถานที่จัดงาน เพราะช่างภาพจะรู้มุมรู้จักสถานว่าตรงไหนถ่ายสวยถ่ายดี เพราะทุกสถานที่จัดงานนั้นจะมีเอกลักษณ์และความท้าทายในตัวของมันเอง แต่ถ้าช่างภาพที่สนใจไม่เคยไปถ่ายที่นั่นมาก่อน ให้ลองถามว่าเขาต้องการที่จะไปดูสถานที่จริงพร้อมกันหรือไม่   4.สามารถมาถ่ายในวันงานได้หรือไม่ มีแผนสำรองถ้าไม่สามารถมาทำงานไว้บ้างหรือไม่ สำหรับสตูดิโอใหญ่ ๆ อาจจะรับการจองผ่านตัวแทนฝ่ายขาย...