ถ่ายรูป Archives - รับจัดอีเว้นท์, งานอีเว้นท์, งานเปิดตัวสินค้า , งานแสดงสินค้า , งานออกบูธ , งานเลี้ยงพนักงาน, งานสัมมนา , งานปาร์ตี้ และ กิจกรรม ต่างๆ
207
archive,tag,tag-207,qode-quick-links-1.0,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-theme-ver-11.2,qode-theme-bridge,wpb-js-composer js-comp-ver-5.2.1,vc_responsive
 

ถ่ายรูป Tag

7 สิ่งที่ควรรู้กับการ จ้างช่างภาพงานแต่งงาน อยากที่คู่บ่าวสาวหลายคนรู้กันดีว่าช่างภาพงานแต่งงานนั้นมีความสำคัญอย่างมากในงานแต่งงาน เพราะช่างภาพนั้นจะเป็นคนที่เก็บภาพต่าง ๆ ที่อยู่ในงานแต่งทั้งหมด ซึ่งการจ้างช่างภาพมาถ่ายภาพงานแต่งงานสักคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะมาพูดถึง สิ่งที่คู่บ่าวสาวควรรู้เกี่ยวกับการจ้างช่างภาพกัน จ้างช่างภาพงานแต่งงาน   1.ความสามารถ ความสามารถของช่างภาพนั้นจะเป็นสิ่งแรกที่ถูกพิจารณา สำหรับคู่บ่าวสาวที่มีงบจำกัดนั้น อาจจะได้ช่างภาพที่เป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จักมาถ่ายให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงนัก ซึ่งจะแตกต่างกับช่างภาพที่เป็นมืออาชีพที่มีความสามารถและประสบการณ์ที่สูง ซึ่งราคาก็จะสูงตามไปด้วยแต่ผลงานที่ได้มานั้นก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนเลือกช่างภาพควรพิจารณาถึงความสามารถของช่างภาพเป็นสิ่งสำคัญด้วยว่าอยากได้ภาพออกมาแนวไหน ถึงแม้จะมีงบที่จำกัดก็สามารถได้ภาพที่ออกมาดีได้โดยดูจากผลงานเก่า ๆ ของช่างภาพ   2.งบประมาณ ในการจ้างช่างภาพนั้น งบประมาณคือสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ให้ลองค้นหาราคากลางโดยเฉลี่ยเพื่อประกอบการตัดสินใจและการวางแผนงบประมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าเจอช่าภาพที่ถูกใจแต่ค่าจ้างนั้นเกินงบที่ตั้งไว้ ให้ลองคุยกับช่างภาพดูถึงความต้องการ และความจำเป็น เผื่อจะได้ช่างภาพที่ถูกใจในงบที่ตั้งไว้ด้วย   3.การค้นหาข้อมูล การค้นหาข้อมูลนั้นคือสิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจจ้างช่างภาพ ช่างภาพงานแต่งงานแต่ละคนนั้นจะมีผลงานและรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน ลองศึกษาข้อมูลถึงงบประมาณ การบริการและรูปแบบของงานที่ต้องการ ให้เวลากับการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับผลงานของช่างภาพ จดโน้ตเกี่ยวกับผลงานของช่างภาพที่ชอบและไม่ชอบเพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจ   4.จัดการความคาดหวัง การจัดการความคาดหวังที่ดีคือการอย่างตั้งความคาดหวังมากสำหรับภาพถ่ายที่จะได้หลังเสร็จสิ้นงาน เพราะถึงแม้จะใช้ช่างภาพคนเดียวกันกับผลงานภาพแต่งงานที่ชอบก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ภาพงานแต่งงานของตนเองเหมือนกับภาพตัวอย่าง เพราะด้วยความแตกต่างของสถานที่ สี แสง และรายละเอียดต่าง ๆ ของงานเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพนั้นแตกต่างกัน เช่นพิจารณาเลือกช่างภาพจากผลงานเก่า ๆ ที่ดูสดใส สว่าง แต่วางแผนจะแต่งงานในเดือนหรือวันที่มีแสงน้อย ภาพที่ออกมาก็จะไม่เหมือนกันแม้จะใช้ช่างภาพคนเดียวกันก็ตาม   5.รายการสั้น ๆ...

10 คำถามที่ต้องถามก่อน จ้างช่างภาพ สำหรับในงานแต่งงานนั้นสิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากคู่บ่าวสาว สถานที่ พิธีการต่าง ๆ แล้วนั้นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ “ช่างภาพ” เพราะช่างภาพนั้นจะทำหน้าที่เก็บภาพบรรยากาศภายในงานหรือโมเมนต์สุดพิเศษของคู่บ่าวสาวที่เมื่อย้อนกลับมานั่งดูก็จะทำให้รู้สึกมีความสุข และเป็นความทรงจำที่ดี ซึ่งการที่จะจ้างช่างภาพนั้น ก็จะต้องพิจารณาให้ดี ๆ เพราะแต่งงานแต่งครั้งเดียว รูปสวยก็สวยเลย แต่ถ้ารูปออกมาไม่สวยล่ะ ? ดังนั้นวันนี้เราได้นำ 10 คำถามที่ควรจะต้องถามช่างภาพก่อนที่เราจะเลือกจ้างช่างภาพคนนั้นมาถ่ายกัน   1.งานถ่ายภาพเป็นงานหลักหรือเปล่า ในผลงานนั้นมีการถ่ายภาพงานแต่งมากน้อยแค่ไหน อย่างแรกที่เราต้องรู้ก็คือประสบการณ์ของช่างภาพ ชั่วโมงการทำงานและทักษะที่แตกต่างกันของช่างภาพแต่ละคน ซึ่งช่างภาพบางคนอาจจะเป็นงานเสริมหรือถ่ายภาพแนวอื่นเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นจะถ่ายภาพออกมาได้ไม่ดี แต่สำหรับการถ่ายภาพงานแต่งงานนั้นประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในงานแต่งงานนั้นจะยุ่งมาก จึงต้องมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพงานแต่งสัก 20 – 30 งานต่อปี   2.ถ่ายภาพงานแต่งมานานเท่าไหร่ มีผลงานให้ดูหรือไม่ คำถามนี้นั้นจะเป็นตัวบ่งชี้ของประสบการณ์และราคาค่าจ้างด้วย โดยช่างภาพหลายคนอาจจะเจอคำถามว่า ตัดสินการนำเสนอเรื่องราคาอย่างไร ผลงานจึงจะถูกพิจารณา หรือไม่ก็ลองอ่านความคิดเห็นทางออนไลน์หรือลองคุยกับลูกค้าเก่า ๆ ของช่างภาพที่สนใจดู   3.เคยถ่ายในสถานที่จัดงานของเราหรือไม่ มันเป็นสิ่งที่ดีถ้าช่างภาพที่คู่บ่าวสาวสนใจนั้นเคยไปถ่ายในสถานที่จัดงาน เพราะช่างภาพจะรู้มุมรู้จักสถานว่าตรงไหนถ่ายสวยถ่ายดี เพราะทุกสถานที่จัดงานนั้นจะมีเอกลักษณ์และความท้าทายในตัวของมันเอง แต่ถ้าช่างภาพที่สนใจไม่เคยไปถ่ายที่นั่นมาก่อน ให้ลองถามว่าเขาต้องการที่จะไปดูสถานที่จริงพร้อมกันหรือไม่   4.สามารถมาถ่ายในวันงานได้หรือไม่ มีแผนสำรองถ้าไม่สามารถมาทำงานไว้บ้างหรือไม่ สำหรับสตูดิโอใหญ่ ๆ อาจจะรับการจองผ่านตัวแทนฝ่ายขาย...

7 เทคนิคปรับมุมกล้อง การที่เรามองโลกต่าง ๆ ผ่านเลนส์กล้องนั้นมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างที่ชัดเจนกับการมองโดยไม่ผ่านกล้อง ถือแม้ว่าในยุคปัจจุบันนี้จะมีกล้องต่าง ๆ ออกมาอย่างมากมายเพื่อให้ผู้คนได้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำหรือเอาไว้ใช้ทำมาหากิน ซึ่งสามารถถ่ายภาพได้แบบที่ไม่เหมือนกับที่เห็นด้วยตาเปล่า ถ้าหากช่างกล้องหรือคนที่รักในการถ่ายภาพนั้นเข้าใจในเรื่องของความแตกต่างระหว่างภาพที่กล้องมองเห็นกับภาพที่ตามองเห็นได้ก็จะช่วยให้เราได้รูปภาพที่สร้างสรรค์หรือน่าประทับใจได้มากเลยทีเดียว โดยในวันนี้นั้นเราจะมาบอกถึงเทคนิคที่จะทำให้เรานั้นได้ภาพถ่ายในมุมมองที่แตกต่างจากที่ตาเรามองเห็นกัน   1.กรอบ ภาพทุกภาพนั้นจะถูกตีกรอบด้วยเฟรม ซึ่งจะประกอบด้วยสี่ด้านและสี่มุม โดยในชีวิตประจำวันของเรานั้นไม่ได้เห็นภาพในแบบที่ถูกจำกัดมุมมองแบบนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นการที่จะถ่ายภาพให้ออกมาสร้างสรรค์มีองค์ที่ดีได้นั้นแสดงถึงเราจะต้องทำงานด้วยขอบเขตของกรอบและทำออกมาให้มากที่สุด อย่ามองว่ากรอบนั้นเป็นข้อจำกัดของการถ่ายภาพ แต่มันคือโอกาสที่จะพัฒนาการถ่ายยภาพและมุมมองใหม่ ๆ   2.กำลังขยาย ถ้าเรานั้นยังไม่สามารถที่จะจัดองค์ประกอบของภาพออกมาได้ดีนั้น เราอาจจะต้องเปลี่ยนเลนส์หรือกำลังขยายให้ใกล้หรือไกลขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นทำด้วยตาเปล่าไม่ได้ เพราะการมองภาพด้วยตาเปล่านั้นถ้าต้องการมองรายละเอียดเล็ก ๆ เราก็จะต้องเดินเข้าไปใกล้ขึ้น และถอยออกมาไกลขึ้นเมื่ออยากให้มุมมองในบริเวณกว้าง   3.โฟกัส ถ้าสายตาของเราดีนั้น เราอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องความสามารถในการโฟกัสของกล้อง สายตาของเรานั้นจะปรับได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนั่นเป็นเรื่องที่ดีที่ใช้ในการโฟกัสด้วยเลนส์กล้องเพื่อให้วัตถุที่สำคัญที่สุดในภาพภ่ายของเรานั้นเด่นและมีความคมชัด เพื่อที่ดึงดูดสายตาของผู้ชมนั่นเอง   4.ความชัดลึก ระยะชัดลึกคือการสร้างสรรค์ภาพที่มีทั้งความคมชัดและบางในส่วนที่ไม่ชัดได้ โดยมาจากเลนส์และการตั้งค่ารูรับแสง ขนาดเซนเซอร์ของกล้องและความสัมพันธ์ระหว่างระยะของกล้องกับวัตถุและพื้นหลัง ซึ่งจะช่วยให้เราได้ภาพอย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน โดยสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า   5.ภาพเคลื่อนไหวแบบ Motion Blur เป็นอีกเทคนิคหนึ่งในการถ่ายภาพที่สามารถควบคุมจำนวนภาพเบลอได้โดยการเลือกความเร็วของชัตเตอร์ การที่ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำและการถ่ายภาพของวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่อยู่นั้นอาจทำให้ได้ภาพเบลอเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเราสามารถควบคุมวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ว่าจะเบลอเท่าใดโดยการควบคุมระยะเวลาที่ชัตเตอร์เปิดอยู่นั่นเอง   6.ช่วงเวลา ช่วงเวลาที่เราเปิดชัตเตอร์และทำการถ่ายรูปภาพนั้นเป็นอย่างหนึ่งความแตกต่างที่เห็นด้วยตาปล่ากับที่กล้องมองเห็น ช่วงเวลาที่เราคิดว่าสวยนั้นในกล้องอาจจะไม่ได้สวยอย่างที่เราคิดเอาไว้ เพราะฉะนั้นควรที่จะเรียนรู้ที่จะใช้เวลาที่ดีที่สุดในการกดนิ้วถ่ายภาพเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม   7.การรับค่าความแตกต่างของแสง สายตาของคนเรานั้นสามารถรับค่าความต่างของแสงได้มาก ซึ่งแตกต่างจะกล้องที่จะรับได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น โดยกล้องแต่รุ่นก็จะรับความแตกต่างของแสงได้แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปจึงพัฒนาเซนเซอร์ที่สามารถทำให้ช่วงที่เก็บแสงนั้นกว้างขึ้นกว่าเดิม การรู้เรื่องการมองเห็นแสงหรืออ่านช่วงแสงขณะที่กำลังจะถ่ายภาพนั้นก็จะช่วยให้เราได้ภาพที่สร้างสรรค์ได้   รับจัดงานอีเว้นท์ | รับจัดอีเว้นท์ | จัดอีเว้นท์ | งานเปิดตัวสินค้า...

ถ่ายภาพยังไงไม่ให้ภาพแบน เคยเป็นกันไหมเอ่ยเวลาที่ถ่ายภาพนั้นตอนกดถ่ายมันก็ดูสวย มีมิติดีนะแต่พอมาดูอย่างจริง ๆ จัง ๆ เอ้า!! ทำไมภาพดูแบน ๆ ไม่มีมิติอะไรเลยล่ะ เพราะภาพแบนไม่ได้แค่ดูไม่มีมิติเท่านั้นนะ มันยังทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นดูไม่สวยอย่างที่เราคิดไว้ ดูเหมือนเป็นภาพที่เด็กมาหยิบกล้องไปถ่ายเล่นเฉย ๆ ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลย เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงมาบอกเทคนิคที่ทำให้ภาพที่เราถ่ายนั้นไม่แบนมาฝากกันไปดูกันเลย 1.แสง แสงที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มมิติและความลึกให้แก่ภาพถ่ายของเราได้ เช่นแสงยามเย็นส่องลงมากระทบกับคนหรือสิ่งของที่เราต้องการจะถ่าย จะช่วยให้สิ่งนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาและยังชวนในดูน่าหลงไหลอีกด้วย แต่ไม่จำเป็นจะต้องถ่ายเฉพาะแค่แสงยามเย็นเท่านั้น แสงตอนเช้า ตอนเที่ยงหรือแม้กระทั่งแสงคริ้มฟ้าคริ้มก็สามารถถ่ายออกมาให้ดูสวยและมีมิติได้ หากเราแสงที่ดีพบและวัดแสงที่จะถ่ายอย่างถูกต้อง   2.ฉากหน้า การเพิ่มฉากหน้าเข้าไปในภาพถ่าย จะทำให้ภาพดูมีความลึกจากฉากหน้าไปยังฉากหลังไปอย่างสวยงาม ช่วยทำให้ภาพนั้นมีไดนามิคมากขึ้น และการเลือกฉากหน้าดีก็จะช่วยให้ภาพดูสวยมากกว่าเดิม เช่นภาพคู่แต่งงานที่ฉากหน้าเป็นทุ่งดอกไม้ จะทำหู้สึกว่าคู่รักอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่สวยงามเป็นต้น   3.ใส่กรอบ หากใครคิดว่าให้ปริ้นภาพเอามาใส่กรอบ คิดผิดทันที เพราะการใส่กรอบในที่นี่คือตอนถ่ายภาพ ให้พยายามหาสิ่งต่าง ๆ เช่นประตูหรือหน้าต่าง เอามาเป็นกรอบเพื่อที่จะเพิ่มความลึกให้กับภาพ และสิ่งสำคัญของการใส่กรอบคือทำให้คนมุ่งสายตาไปที่คนหรือวัตถุที่อยู่ในกรอบนั่นเอง   4.เส้นนำสายตา การมีเส้นนำสายตานั้นจะทำให้ภาพรู้ถึงมีความเคลื่อนไหว เป็นสิ่งที่จะช่วยนำสายตาของคนดูไปยังสิ่งที่น่าสนในภาพได้ โดยที่เส้นนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นเส้นตรง จะเป็นเส้นโค้งหรือเส้นอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเส้นแต่ละเส้นนั้นสามารถบ่งบอกความรู้สึกต่าง ๆ ได้ ถ้านำเส้นมาใช้ถูกจะช่วยให้ภาพนั้นดูดีขึ้นอย่างแน่นอน   5.เงา การไม่มีเงานี้แหละตัวการของการทำให้ภาพดูแบนเพราะ เงาจะช่วยสร้างมิติของภาพได้ดีมากโดยเฉพาะการถ่ายบุคคล ซึ่งการจะเกิดเงานั้นก็อาจจะต้องใช้แสงช่วยเพื่อให้เกิดเงาในแบบที่เราต้องการ   6.ระยะชัดลึก หรือที่เราอาจจะรู้จักกันดีกับคำว่า หน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งการเกิดจากรูรับแสงที่กว้างให้ความชัดตื้นที่มาก ทำให้วัตถุหรือคนที่เราถ่ายนั้น...